ว่าด้วยการเรียนรู้ที่จะฟังความถี่ต่ำ ในชุดเครื่องเสียง

หลังจากที่ได้เขียนบทความเรื่องบทความพิเศษว่าด้วยเรื่อง ความถี่เสียงที่เกินขอบเขตการได้ยินของมนุษย์ ไปแล้วมีเสียงตอบรับมาค่อนข้างดีครับทั้ง e-mail ที่ผมได้รับจากเพื่อนๆในวงการ ทั้งร้านติดตั้งและทั้งผู้บริโภคว่า ชอบ และขอให้เขียนต่อเนื่องไป เลยมานั่งนึกๆดูว่า เราจะเล่าเรื่องอะไรกันต่อที่ต่อเนื่องจากหัวข้อก่อนนี้ได้บ้าง ก็เห็นว่า น่าจะเล่าถึงเรื่องราวของความถี่ต่ำในระบบเสียงกันครับ ว่า การฟังเพลงที่เขาเรียกกันว่า Hi-end ทั้งหลาย เขาฟังย่านเสียงต่ำกันยังไง เพราะผมเองเรียนตรงๆว่า ถนัดที่สุดก็เรื่องของการฟังและการปรับจูนเสียงในแง่มุมของนักฟัง Audiophile ครับ เพราะส่วนตัวเองนั้นสนใจและบ้าบอมาทางด้านนี้ ซะมากกว่าด้านอื่น เลยเป็นเหตุที่มานั่งเขียนเรื่องราวภาคต่อเนื่องในวันนี้ให้ท่านๆอ่านกันครับ
มาว่ากันเรื่องการฟังครับ การฟังเพลงแบบ Audiophile ที่ว่ากันนี่ เราเน้นไปที่ความสมจริง ของเสียง ทั้งในแง่มุมของความเหมือนของชื้นดนตรี ความเหมือนของเสียงองประกอบอื่นๆทั้งเสียงคนร้องนำ เสียงครอรัส เสียงปรบมือ ไปกระทั่งเสียงผิวปากที่ได้มีการบันทึกมาในแผ่นหรือแทรคนั้นๆ แต่การที่เราจะทราบได้ว่าอะไรเหมือน อะไรไม่เหมือน อะไรคล้ายคลึงไกล้เคียง อะไรที่ดีอะไรที่แย่จนรับไม่ได้ ย่อมต้องมาจากการเรียนรู้ที่จะไปฟังจริง ไปเสาะหาฟังของจริง ครับ ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะใช้ทั้งเงิน ทั้งเวลา ทั้งโอกาส แต่บางท่านก็เรียนลัดด้วยการไปขอฟังระบบที่มีคนยืนยันแล้วว่าดีจริงก็ได้ครับ เพราะในชีวิตประจำวันเราที่อยู่กันปกติ ไม่ว่าจะฟังจากลำโพงในทีวีที่บ้าน จากชุดเครื่องเสียงธรรมดาที่ห้อง หรือจะเป็นจากของแถมหูฟังจากโทรศัพท์smartphoneทั้งหลาย ก็แล้วแต่ นั่นเราเดาได้เลยครับว่า ส่วนใหญ่เป็นของธรรมดาราคาถูกๆ เมื่อเราฟังทุกวันจนชิน แล้วเราไปขอฟังระบบที่เรียกว่าดีๆ ซักครั้งแค่นั้นเองผมก็เชื่อว่าท่านรู้ได้ถึงความแต่ต่างอย่างลิบลับของของดีกับของห่วยแล้วครับ ต่อมาเมื่อเราจะพูดถึงว่า เมื่อรู้แล้วว่าของดีของห่วยต่างกันแล้วหากอยากทราบว่า ของดีๆเนี่ยมันยังมีดีกว่าเหนือกว่าแพงกว่า เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรดีกว่ากัน ทีนี้หละครับ ต้องมาพูดกันยาวแน่นอน เพราะว่าจะต้องมานั่งจับผิดกันแล้วหละว่าเสียงจากอันไหนเหนือกว่าอันไหนเพราะอะไร ก็เลยต้องติดตามผมต่อไปครับว่าจะเอาอะไรมาเล่าให้ท่านฟังกันบ้าง
ผมขอพูดในเรื่องของความถี่ย่านต่ำกันก่อนแล้วกัน เหตุผลหนึ่งก็คือ มีเครื่องดนตรีที่ทำงานย่านความถี่ต่ำไม่มากมายนักครับ ความถี่ต่ำที่จะพูดในวันนี้คงจะอยู่ราวๆตัวเลขที่ ไม่เกิน 60Hz ที่เราจัดมันไว้ในหมวด กลุ่มSubBass ครับ ความถี่ตั้งแต่เริ่มต้นที่แถวๆ20-60Hz มีเครื่องดนตรีน้อยชิ้นมากครับที่สามารถทำงานได้ พวกกลุ่มเครื่องสายแทบจะไม่มีเลย เครื่องเคาะย่างกลองก็ต้องเป็นกลองตัวใหญ่ๆครับ ไอ้กลองกระเดื่องในกลองชุดที่เห็นๆกันยังแทบจะทำไม่ได้เลยครับ เรามายกตัวอย่างเท่าที่นึกได้กันครับว่ามีเครื่องดนตรีอะไรบ้างที่สร้างเสียงช่วงดังกล่าวนี้ได้ ก็มี Double Bass มี Timpani มี Pipe Organ ครับ

จากที่ท่านเห็นในรูปครับว่า ชิ้นดนตรีที่สามารถลงมาแตะช่วงแถบสีน้ำตาลอมแดง มีน้อยมากๆครับ หากท่านใดสนใจสามารถเข้าไปsaveมาเป็นความรู้ได้ที่เวปใต้ภาพครับรูปนี้เท่าที่เคยมีคนทำมาผมว่าดูง่ายและครบถ้วนที่สุดครับท่านที่ชอบฟังเพลงไม่ควรเอาไว้ห่างตัวครับ ส่วนผมเองก็ถือโอกาสนี้เองค่อยๆใช้การอ้างอิงจากภาพประกอบนี้ไปจนจบเรื่องความถี่เสียงและชิ้นดนตรีครับ เพราะประโยชน์ของมันมากมายมหาศาลครับ คอยดูต่อไปละกัน
จากตารางท่านเห็นว่า มีเครื่องดนตรีเพียง7ชนิดที่สามารถลงความถี่ย่าน SubBass ได้ครับ เท่าที่เป็นที่นิยมและรู้จักกันนะครับ ที่นี้หละพอท่านมองเห็นภาพเข้าใจแล้ว เราก็สามารถพูดกันต่อเรื่องของการฟังความถี่ต่ำได้ว่าอะไรสมจริงอะไรดีไม่ดีอย่างไร เรามาไล่เรียงกันทีละชิ้นดนตรีครับ เริ่มด้วยล่างสุดคือ Pipe Organ ที่เรากล่าวถึงกันบ่อยมากๆ ก็เพราะน่าจะเป็นเครื่องดนตรีเดียวเลยครับที่สามารถลงความถี่ได้ถึง 20Hz แบบที่เป็น Fundamental เลย และมี range ความถี่ที่ กว้างที่สุดของเครื่องดนตรีเพราะสามารถครอบคลุมตั้งแต่20Hz ไปจนเกือบ 10KHz เลยจะเทียบเคียงกันได้ก็คงต้องเป็น Piano ที่มี88Key ขึ้นไปครับ ถึงจะทำได้สูสีกัน แต่pianoเองนั้นก็ไม่สามารถให้พลังออกมาในย่านต่ำได้เท่า Pipe Organ ครับ จากข้อมูลดังกล่าวผมแนะนำให้ท่านไปหาฟังpiano หรือpipe Organ ครับเพราะดูจะหาฟังได้ไม่ยากเย็นเหมือนชิ้นดนตรีอื่น อย่างพวก Harp หรือ Contrabassoon ที่ยิ่งหาฟังยากกันไปใหญ่ แล้วก็ไม่มีใครมาเล่นเดี่ยวๆให้ฟังแน่แท้ จึงหนีไม่พ้น Piano กับ Pipe Organ แน่นอน เพราะเล่นเดี่ยวๆได้ หาฟังกันได้ครับ ถ้าจะลองตามlobbyโรงแรมดีๆ ก็มี piano แจ๋มๆ แต่ถ้าPipe Organ คงต้องไปหาโบสถ์ใหญ่ๆที่มีทุนทรัพย์พอที่จะซื้อมาใช้ ไม่แน่ใจว่าโบสถ์วัฒนา หรือ กรุงเทพคริสเตียนจะมีหรือไม่ครับ ใครทราบส่งข่าวกันด้วยได้ครับเพราะราคาค่าตัวเป็นล้านทั้งนั้นเลย บ้านเรามีไม่มากนักแต่ทางมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ มีให้ฟังถมเถ หรือท่านไหนจะบินไปหาฟังแถบยุโรปเยอรมันประมาณนั้นก็ตามสะดวกครับ พอไปหาฟังกันบ่อยๆเข้าก็จะได้รู้ครับว่าความเหมือนจริงเป็นเช่นไร แล้วไอ้ชุดเครื่องเสียงที่ท่านมีอยู่มันดีหรือห่วยอย่างไรท่านจะทราบเองโดยที่ผมไม่ต้องบอกครับ เอาหละครับ หน้ากระดาษหมดแล้วฉบับนี้ อย่าลืมจำรูปความถี่เสียงที่ผมนำมาให้ดีนะครับเพราะเราจะใช้กันอีกน